เปิดเหตุผล ทำไมสแกมเมอร์ เล็อกเป้าหลอก เด็ก Gen Z แม้เก่งเทคโนโลยีก็ยังหลงเชื่อ

           ตำรวจเปิดสถิติ พบ Gen Z วัย 18-25 ปี ตกเป็นเป้าหมายแก๊งสแกมเมอร์ โดยเฉพาะมุกตำรวจปลอม พบมุ่งเป้าหลอกกลุ่มวัยนี้โดยเฉพาะ

แก๊งคอลเซ็นเตอร์

           แม้คนรุ่นใหม่ Gen Z จะเติบโตมากับเทคโนโลยีและมีความคุ้นเคยกับโลกออนไลน์ แต่กลับพบว่ากลุ่มคนวัย 18-25 ปี กำลังตกเป็นเป้าหมายสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์ โดยเฉพาะกลโกงแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่มขู่กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ก่อนใช้ความหวาดกลัวกดดันให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ ซึ่งบางกรณียังมีการหลอกให้ผู้เสียหายแยกตัวไปอยู่สถานที่อื่น เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ครอบครัวเข้าใจว่ากำลังถูกเรียกค่าไถ่อีกด้วย

           เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจ High-Tech Crime Division โดยระบุว่า จากสถิติการแจ้งความออนไลน์ในปี 2569 ซึ่งมีมากกว่า 267,000 คดี พบว่าผู้เสียหายอายุ 18-25 ปี คิดเป็น 1 ใน 5 ของผู้เสียหายทั้งหมด แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะคดีแอบอ้างเป็นตำรวจเพื่อข่มขู่ทางโทรศัพท์ กลับพบว่าคนวัยดังกล่าวมีสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 3 ของคดีทั้งหมด

           นอกจากนี้ เฉพาะในช่วงเดือนที่ผ่านมา คดีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 63% เป็นผู้เสียหายในกลุ่มอายุนี้ และประมาณครึ่งหนึ่งเป็นนักศึกษา ที่น่าสนใจคือ แม้คดีประเภทดังกล่าวจะมีสัดส่วนเพียง 8% ของคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มนี้ แต่กลับสร้างความเสียหายคิดเป็น 52% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด โดยผู้เสียหายสูญเงินเฉลี่ยรายละประมาณ 32,000 บาท

แก๊งคอลเซ็นเตอร์

แฉกลโกงตำรวจปลอม เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ


           สำหรับรูปแบบการหลอกลวงที่นำมาใช้กับ Gen Z มีความแตกต่างจากกลุ่มผู้สูงอายุอย่างชัดเจน โดยคนร้ายมักเริ่มต้นจากการกล่าวอ้างว่ามีบุคคลอื่นนำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ ก่อนเชื่อมโยงหมายเลขดังกล่าวเข้ากับบัญชีม้าหรือเว็บไซต์พนันออนไลน์ จากนั้นจะโอนสายไปยังบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจในสถานีตำรวจต่างจังหวัด และดำเนินการสอบปากคำผ่านวิดีโอคอล ก่อนกดดันให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์

           ข้อมูลยังระบุว่า กลโกงที่เริ่มต้นด้วยการอ้างว่ามีผู้อื่นนำบัตรประชาชนไปเปิดซิม ปรากฏในคดีของผู้เสียหายวัย 18-25 ปี สูงถึง 42% ขณะที่กลุ่มอายุ 40-50 ปี พบเพียง 5% เท่านั้น ส่วนวิธีหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันกลับพบในกลุ่ม Gen Z เพียง 2% สะท้อนให้เห็นว่าคนร้ายมีการปรับเปลี่ยนวิธีการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความคุ้นเคยของเหยื่อแต่ละช่วงวัย

แก๊งคอลเซ็นเตอร์

เผย 91% ถูกย้ายไปคุยต่อใน LINE ก่อนหลอกโอนเงิน


           อีกหนึ่งข้อมูลที่น่ากังวลคือ ผู้เสียหายถึง 91% ในคดีลักษณะนี้ ถูกชักจูงให้ย้ายไปพูดคุยต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE ก่อนจะถูกสั่งให้โอนเงินในขั้นตอนต่อมา โดยสาเหตุที่กลโกงดังกล่าวได้ผล อาจมาจากการที่คนรุ่นใหม่มีความระมัดระวังเรื่องการกดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอยู่แล้ว แต่กลับไม่คุ้นเคยกับกระบวนการดำเนินคดีของตำรวจจริง เมื่อถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันหรือการเปิดซิมผิดกฎหมาย จึงเกิดความกังวลว่าจะมีประวัติหรือได้รับผลกระทบต่ออนาคต

เตือนจำให้ขึ้นใจ ตำรวจจริงไม่ให้โอนเงินตรวจสอบ


           ทั้งนี้ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ย้ำข้อเท็จจริงสำคัญว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะไม่โทรศัพท์แจ้งข้อกล่าวหา ไม่สอบปากคำผ่านวิดีโอคอล และไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม หากได้รับโทรศัพท์ในลักษณะดังกล่าว ควรวางสายทันที และติดต่อสายด่วน 1441 เพื่อสอบถามหรือตรวจสอบข้อมูล พร้อมฝากเตือนผู้ปกครองและครอบครัวให้ช่วยกันส่งต่อข้อมูลนี้ไปยังบุตรหลาน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพได้


คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เปิดเหตุผล ทำไมสแกมเมอร์ เล็อกเป้าหลอก เด็ก Gen Z แม้เก่งเทคโนโลยีก็ยังหลงเชื่อ โพสต์เมื่อ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 09:40:00 แสดงความคิดเห็น