แฉวีรกรรมทนายกร่าง ชกหญิงเพื่อนบ้าน พบซิ่งรถจะไล่เด็ก จุดประทัดตี 5 - ฝั่งทนายแจง

            แฉวีรกรรมทนายกร่าง ชกเพื่อนบ้านหญิงต่อหน้าลูก 5 ขวบ นิติฯ ชี้เคยซิ่งรถคล้ายจะไล่เด็ก ซ้ำจุดประทัดตี 5 ไม่ขออนุญาต ชอบหิ้วขยะทิ้งบ้านอื่น - ฝั่งทนายแจงอีกด้าน

ทนายกร่าง

            จากกรณีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อหญิงวัย 38 ปี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ถูกเพื่อนบ้านซึ่งมีอาชีพทนายความ รัวหมัดชกต่อหน้าลูกชายวัย 5 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ พบว่าหลังทนายถอยรถเข้าจอดและกำลังจะเดินเข้าบ้าน ผู้เสียหายขับรถมาจอดพอดี ฝ่ายทนายจึงเข้าไปหาถึงรถ มีการพูดคุยกัน ก่อนทนายปรี่เข้าไปทำร้ายผู้เสียหายภายในรถ จน รปภ. ต้องเข้ามาห้ามปราม

ทนายกร่าง
ภาพจาก โหนกระแส

            โดยฝั่งทนายใช้ขวดซีอิ้วพลาสติกตีที่หัวเพื่อนบ้าน บีบคอ และต่อยไม่ยั้งจนน่วม ขณะที่ลูกเพื่อนบ้านเมื่อเห็นแม่ถูกทำร้ายก็ลงไปนั่งหลบที่พื้น ร้องไห้หนักมา และยังคงมีภาวะหวาดกลัว

            นอกจากนี้ ยังมีคลิปวงจรปิดอีกหลายมุมที่ถูกเผยแพร่ ทั้งภาพช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ที่ทนายความถือถุงขยะจากบ้านตัวเอง มาวางไว้หน้าบ้านเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม ที่อยู่ห่างไปประมาณ 3-4 หลัง และคลิปที่ทนายความถอยรถจะจอดหน้าบ้าน แต่มีลักษณะคล้ายจะพุ่งชนเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม จนเพื่อนบ้านต้องรีบเดินเข้าบ้าน ก่อนที่ทนายความจะเดินตามไปด่า

ทนายกร่าง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจ๊ม้อย v+

ทนายความออกโรงชี้แจง ยันไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน


            ต่อมา ทนายความวัย 43 ปี คู่กรณีในเหตุการณ์ ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชน ชี้แจงเหตุการณ์ในมุมของตนเอง พร้อมยืนยันจะนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

            ทนายความรายนี้เล่าว่า ในวันเกิดเหตุช่วงเย็น หลังเลิกงานได้ไปซื้ออาหารสดมูลค่าประมาณ 1,000 บาท เพื่อนำมาทำอาหารให้ภรรยา ระหว่างจอดรถขนของบริเวณถนนส่วนกลางหน้าบ้าน สังเกตเห็นรถของคู่กรณีถอยเข้ามาในระยะที่มองว่าไม่ปลอดภัย ทั้งที่อีกฝ่ายเห็นว่าตนยืนอยู่บริเวณนั้น

            ทนายความยังระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 กันยายน เคยไปลงบันทึกประจำวันเรื่องพฤติกรรมการขับรถของคู่กรณีไว้แล้ว เนื่องจากเคยเกือบถูกรถชนมาก่อน จึงเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย และได้นำลังใส่ของมาวางกั้นไว้เป็นสัญลักษณ์เตือน ก่อนรีบขนอาหารเข้าบ้าน

            กระทั่งเกิดเสียงดังโครม ปรากฏว่าคู่กรณีขับรถมาทับลังอาหารสดจนเสียหาย ตนจึงเรียก รปภ. เข้ามาระงับเหตุ แต่คู่กรณีกลับพูดจาต่อว่าและใช้คำเหยียดหยาม บอกมึงนั่นแหละเอาลังมาเตะโดนรถกู จนบานปลายกลายเป็นการโต้เถียงและตนเข้าไปทำร้าย

ทนายกร่าง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจ๊ม้อย v+

            ทนายความยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจวางของขวางเพื่อกลั่นแกล้งคู่กรณี เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเป็นการส่วนตัว อีกทั้งจุดที่คู่กรณีจอดรถก็ไม่ใช่หน้าบ้านของตัวเอง เป็นบ้านที่ไม่มีคนอยู่ ซึ่งคู่กรณีมาจอดเป็นประจำเกือบทุกวันจนเคยร้องเรียนมาก่อนแล้ว ส่วนของที่นำมาวางกั้นก็เป็นอาหารสดที่เพิ่งซื้อมา จึงไม่มีเหตุผลที่จะทำให้เสียหายเอง

            ส่วนคลิปเหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่ออกไป ทนายความมองว่ายังไม่ผ่านการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลมาเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม และอาจมีการตัดต่อช่วงเวลาให้ดูรุนแรงเกินจริง พร้อมระบุว่าตนเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยแพทย์ลงความเห็นว่ามีอาการกล้ามเนื้ออักเสบบริเวณขมับขวา แก้มขวา คาง แขนขวา และเท้าขวา รวมถึงทรัพย์สินเสียหาย ทั้งเสื้อและสร้อยคอทองคำ

            ทนายความกล่าวทิ้งท้ายว่า รู้สึกเสียใจและขอโทษต่อภาพความรุนแรงที่ปรากฏ ยืนยันไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลและไม่สนับสนุนความรุนแรง พร้อมระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นข้อพิพาทส่วนตัวระหว่างเพื่อนบ้าน ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพทนายความ ซึ่งตนมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมานานกว่า 15 ปี และจะนำภาพวงจรปิดพร้อมคลิปเสียงมอบให้พนักงานสอบสวนใช้เป็นหลักฐานต่อไป โดนข้อมูลไหนเป็นเท็จจะดำเนินการตามกฎหมาย

            ส่วนประเด็นของชาวบ้านที่ทยอยต่างออกมาให้สัมภาษณ์สาเหตุที่เกลียดชังตน เพราะว่าหลังจากที่ตนมาอยู่บ้านนี้เมื่อปี 2561 ตนเคยร้องเรียนเรื่องที่เพื่อนบ้านเสียงดัง จึงคิดว่าเป็นสาเหตุที่ทุกคนรวมตัวไม่ชอบตน และมีการมารุมด่าขับไล่ตนให้ออกจากหมู่บ้าน อ้างว่า "ทุกคนเกลียดมึงหมดแล้ว" ซึ่งตนก็ยืนยันว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับทุกคนที่มาขับไล่ 

ทนายกร่าง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจ๊ม้อย v+

นิติบุคคลหมู่บ้านแฉ พฤติกรรมสะสมก่อนบานปลาย


            ขณะที่ความคืบหน้าอีกด้าน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามนิติบุคคลของหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งเปิดเผยว่า ทนายความรายนี้เคยเอ่ยปากอยากเข้ามาช่วยงานเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านด้านจราจร ซึ่งทางนิติบุคคลและกรรมการก็ยินดี แต่ต่อมากลับเริ่มมีปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านหลายครั้ง

            เหตุการณ์แรกเกิดจากกรณีต่อเติมบ้านเพื่อทำเป็นสำนักงานทนายความ มีการเชื่อมเหล็กและส่งเสียงดังในช่วงเที่ยงวัน ซึ่งผิดระเบียบของหมู่บ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่ปั่นจักรยานไปตักเตือนและขอให้หยุดชั่วคราว ทนายความกลับแสดงท่าทีคุกคาม ถ่ายคลิปและพูดข่มขู่ทำนองว่า "บ้านกู กูจะทำอะไรก็ได้" พร้อมขู่จะฟ้องร้อง ซึ่งต่อมาก็มีหมายฟ้องส่งถึงบ้านจริง จนสร้างความตกใจให้ครอบครัว

            นอกจากนี้ ยังมีกรณีทนายความร้องเรียนเรื่องเด็กในซอยออกมาวิ่งเล่น จนนิติบุคคลต้องประกาศแจ้งเตือนผ่านเสียงตามสาย แต่เมื่อเด็ก ๆ ยังคงออกมาเล่นตามปกติ ทนายความก็ไม่พอใจ ขับรถเข้ามาด้วยความเร็วสูงคล้ายเจตนาไล่ให้เด็กแตกกระเจิง จนเกิดปะทะคารมและมีการฉุดกระชากกับแม่ของเด็ก โดยมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.บางศรีเมือง ก่อนยอมความกัน 

ทนายกร่าง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจ๊ม้อย v+

            ล่าสุดยังมีกรณีที่ทางทนายความจัดพิธีเปิดสำนักงานทนายความ เชิญซินแสมาทำพิธีและจุดประทัดเสียงดังทั่วซอย ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.30-06.00 น. โดยไม่ได้ขออนุญาตหรือแจ้งนิติบุคคลล่วงหน้า สร้างความตื่นตกใจให้ชาวบ้านที่กำลังนอนหลับ

            ความขัดแย้งและความไม่พอใจของคนในซอยจึงสะสมต่อเนื่อง ทั้งเรื่องขับรถป่วนเด็ก จุดประทัด และต่อเติมบ้านผิดระเบียบ จนบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเพื่อนบ้านสาวอย่างรุนแรงตามที่ปรากฏในคลิปข่าว
 
            ส่วน นายธนินท์ธร ภูมราช หรือ ทนายกาย สมาชิกสภาเทศบาลเมืองท่าอิฐ รองประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี ซึ่งรู้จักคู่กรณีเป็นการส่วนตัว ได้ออกมาระบุว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจากการได้พูดคุยกับฝ่ายทนาย มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพทนายความ 

            พร้อมฝากว่าอย่าเหมารวมวิชาชีพทนายความ เพราะทนายความก็อยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกับประชาชนทุกคน และหากผู้เสียหายต้องการร้องเรียนเรื่องมรรยาททนายความ สามารถเดินทางไปร้องเรียนได้ที่สภาทนายความจังหวัดนนทบุรีหรือสภาทนายความส่วนกลาง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป


ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแสโหนกระแสเจ๊ม้อย v+


คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แฉวีรกรรมทนายกร่าง ชกหญิงเพื่อนบ้าน พบซิ่งรถจะไล่เด็ก จุดประทัดตี 5 - ฝั่งทนายแจง โพสต์เมื่อ 15 กันยายน 2569 เวลา 09:50:33 แสดงความคิดเห็น