อ.เจษฎ์ เคลียร์ชัด น้ำดื่มแจกปั๊มน้ำมัน อันตรายจริงไหม ปมคนแห่แชร์เรื่องสะสมสารพิษ ?

           อ.เจษฎ์ ออกมาเคลียร์ชัดปมคลิปไวรัลเตือนภัย น้ำดื่มแจกปั๊มน้ำมัน อันตรายเสี่ยงสะสมสารพิษ ยืนยันดื่มได้ปลอดภัย 

น้ำดื่มปั๊มน้ำมัน

           วันที่ 4 กันยายน 2569 รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ให้ความรู้หลังโลกออนไลน์ มีการแชร์คำเตือนว่า น้ำดื่มที่แจกตามปั๊มน้ำมันอาจปนเปื้อนสารเคมีจากไอระเหยของน้ำมัน จนอาจก่อมะเร็ง ฮอร์โมนผิดปกติ มีลูกยาก โดยระบุว่า น้ำดื่มบรรจุขวด PET ที่ได้มาตรฐาน สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย พร้อมชี้ว่าคำเตือนดังกล่าวมีหลายส่วนที่เกินจริงและอาจสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

           อ.เจษฎา โพสต์ระบุว่า FactCheck น้ำดื่มที่แจกตามปั๊มน้ำมัน สามารถนำมาบริโภคได้ 2-3 วันนี้ มีเรื่องของการเผยแพร่คำเตือน ไม่กินน้ำดื่มที่แจกตามปั๊มน้ำมัน เพราะมีสารปนเปื้อนอันตราย ทั้งบนเฟซบุ๊กและบน TikTok จนกลายมาเป็นประเด็นโต้เถียงกันในโซเชียล

           ซึ่งก็มีหลายคอมเมนต์ เอาที่ผมเคยอธิบายเรื่องนี้ไว้แล้ว เมื่อตอนให้สัมภาษณ์กับเพจ CoFact ว่า มันไม่ได้อันตรายอะไรขนาดที่กังวลกัน กล่าวคือ โอกาสที่สารเคมีต่าง ๆ เช่น ไอน้ำมันในปั๊มน้ำมันจะซึมผ่านเข้าไปในรูพรุนของขวดน้ำดื่มที่ทำจากพลาสติก PET นั้น แม้อาจจะดูน่ากังวลในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันมีโอกาสน้อยมาก เนื่องจากทั้งขวดน้ำดื่มและน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นไม่ได้จัดเก็บรวมกันในห้องปิดมิดชิด แต่ตั้งไว้กลางแจ้ง ไอน้ำมันระเหยออกไปในอากาศ แถมน้ำดื่มนั้นก็แจกหมดอย่างรวดเร็วในแต่ละวันด้วย

           เกิดการโต้เถียง จนถึงกับมีคนถามย้อนกลับมาว่า แล้วผมเองดื่มน้ำที่ได้รับแจกมาหรือเปล่า ซึ่งก็ตอบไปแล้วว่า ดื่มประจำทุกวันเลยครับ ได้แจกจากการเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน Susco-Sinopec แถวบ้านตลอดครับ ใครได้น้ำแล้วไม่เอา ยกให้ผมได้นะครับ เลยขอเอาเรื่องที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้นี้ มาให้อ่านอีกทีนะครับ เผื่อจะสบายใจกันขึ้นบ้าง

น้ำดื่มปั๊มน้ำมัน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant

ขวดน้ำพลาสติกมีรูพรุนจิ๋ว ทำให้สารเคมีหรือแบคทีเรียเข้าได้ จริงหรือ?


           ตามที่คลิปไวรัลระบุว่า ขวดน้ำพลาสติกมีรูพรุนขนาดเล็กที่มองไม่เห็น อาจทำให้สารเคมี ฝุ่น หรือเชื้อโรคซึมเข้าไปได้เมื่อขวดถูกความร้อน

           อ.เจษฎ์ อธิบายว่า ขวดน้ำดื่มส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) ซึ่งมีความหนาแน่นสูง รูพรุนขนาดเล็กประมาณ 2 นาโนเมตรมีจริง แต่รูพรุนนี้นับว่ามีขนาดเล็กมาก จนสารเคมี เช่น ไอระเหยน้ำมัน และฝุ่นหรือเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารูพรุนมาก ซึมผ่านได้ยากและช้ามาก การที่น้ำในขวดน้ำดื่มที่แจก ซึ่งตั้งอยู่นอกอาคารและได้รับการแจกจ่ายไปในเวลาอันสั้นนั้น จะได้รับสารเคมีซึมปนเปื้อนเข้าไปจนถึงระดับที่เป็นอันตราย จึงแทบเป็นไปไม่ได้ในสภาวะปกติ

           เพิ่มเติมว่า ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ก็จะมีคำเตือนเรื่องการจัดเก็บน้ำดื่มบรรจุขวดไว้เมื่อจะเก็บเป็นเวลานาน โดยบอกว่า บรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับน้ำดื่มบรรจุขวดได้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาคุณภาพของน้ำให้อยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน เมื่อผลิตขึ้นภายใต้กฎเกณฑ์ที่กำหนดโดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

           หากได้รับการดูแลจัดการและเก็บรักษาอย่างถูกต้อง น้ำดื่มบรรจุขวดก็สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน แม้ว่า FDA จะไม่ได้กำหนดขีดจำกัดสำหรับอายุการเก็บรักษา (Shelf life) ของน้ำดื่มบรรจุขวดไว้ แต่คำแนะนำทั่วไปในอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี

           โดยควรจะเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องหรืออุณหภูมิต่ำ หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง และเก็บให้ห่างจากตัวทำละลายและสารเคมีต่าง ๆ เช่น น้ำมันเบนซิน ทินเนอร์ผสมสี และน้ำยาทำความสะอาด เช่นเดียวกับบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารอื่นๆ หากขวดมีรอยแตกร้าว ชำรุด หรือคุณมีความกังวลเกี่ยวกับน้ำดื่มบรรจุขวดนั้น ก็ไม่ควรนำมาบริโภค

น้ำดื่มจากปั๊มน้ำมันทำให้เป็นมะเร็ง ฮอร์โมนเพี้ยน มีลูกยาก หรือตับไตพังจริงหรือ ?


           คลิปไวรัลอ้างว่าน้ำดื่มที่ตากแดดในปั๊มน้ำมันอาจปล่อยสารเคมี เช่น BPA, Phthalates หรือสารก่อมะเร็ง อ.เจษฎ์ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง

           ขวด PET มีโครงสร้างโมเลกุลที่เสถียร สารเคมีเหล่านี้ไม่หลุดออกมาง่าย ๆ แม้ขวดจะถูกความร้อนที่ 40-60 องศาเซลเซียส เช่น ในรถยนต์ที่จอดตากแดด การวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และงานศึกษาในต่างประเทศ เช่น ที่ประเทศอังกฤษ ในปี 2012 พบว่า ต้องใช้ความร้อนสูงถึง 60 องศาเซลเซียส นาน 11 เดือน จึงจะมีสารเคมีหลุดออกมาในปริมาณที่เกินมาตรฐาน ซึ่งในชีวิตประจำวันแทบเป็นไปไม่ได้

           ส่วนคำเตือนเรื่องมะเร็ง ฮอร์โมนผิดปกติ หรือตับไตพัง อ.เจษฎ์ ระบุว่า ข้อมูลเหล่านี้เกินจริงและสร้างความตื่นตระหนกเกินเหตุ หากขวดน้ำดื่มอันตรายจริง หน่วยงานสาธารณสุขคงสั่งห้ามจำหน่ายหรือแจกจ่ายไปนานแล้ว

ห้ามใช้ขวดน้ำดื่มชงนม ล้างแผล หรือทำอาหาร จริงหรือ ?


           อ.เจษฎ์แนะนำว่า น้ำดื่มจากขวดที่สะอาดและได้มาตรฐานสามารถใช้ดื่มได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่เหมาะสำหรับการชงนม ล้างแผล หรือทำอาหารโดยตรง เนื่องจาก

           - ชงนม ควรใช้น้ำต้มสุกเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนจากขั้นตอนการผลิตหรือการเก็บรักษา

           - ล้างแผล ควรใช้น้ำเกลือที่ผ่านการฆ่าเชื้อเฉพาะ ไม่ควรใช้น้ำดื่มทั่วไป เพราะอาจมีจุลินทรีย์เล็กน้อยที่ไม่เป็นอันตรายต่อการดื่ม แต่ไม่เหมาะกับแผล

           - ทำอาหาร หากต้องใช้ ควรต้มน้ำก่อนเพื่อความปลอดภัย

           - อย่างไรก็ตาม คำเตือนที่ห้ามใช้โดยเด็ดขาดนั้นเกินจริงและไม่จำเป็นต้องกังวลถึงขนาดนั้น

ขวดน้ำที่ตากแดดในปั๊มน้ำมันหรือทิ้งไว้ในรถยนต์อันตรายหรือไม่ ?


           อ.เจษฎ์ ย้ำว่า ขวดน้ำในปั๊มน้ำมันมักมีการหมุนเวียนเร็ว ไม่ได้เก็บไว้นานเป็นเดือน จึงไม่น่าจะมีการสะสมสารเคมีหรือไอระเหยน้ำมันในปริมาณที่เป็นอันตราย พื้นที่ปั๊มน้ำมันเป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทดี โอกาสที่ไอระเหยน้ำมันจะซึมเข้าไปในขวดจึงน้อยมาก

           สำหรับน้ำขวดที่ทิ้งไว้ในรถยนต์ การทดลองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่า การจอดรถตากแดด 1-7 วัน ไม่ทำให้สารเคมีจากขวด PET หลุดออกมาในระดับอันตราย

           อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการเก็บไว้นานเกิน 1 ปี เนื่องจากขวดอาจเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน

           สำหรับกลิ่นเหม็นที่บางคนพบในน้ำขวด อ.เจษฎ์ชี้ว่า ส่วนใหญ่มาจากน้ำลายหรือเชื้อจุลินทรีย์จากปากของผู้ดื่มเองที่ปนเปื้อนในขวด ไม่ใช่เชื้อโรคจากภายนอกซึมเข้าไป

           ส่วนค่า pH ของน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ไม่ได้ส่งผลร้ายต่อร่างกาย เนื่องจากน้ำดื่มมีค่า pH ใกล้เคียง 7 เป็นกลาง และร่างกายสามารถปรับสมดุลได้

มีหน่วยงานใดตรวจสอบปัญหานี้อย่างจริงจังหรือไม่ ?


           อ.เจษฎ์ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่

           - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม ดูแลมาตรฐานการผลิตขวดน้ำ (มอก.)

           - สำนักงานอาหารและยา (อย.) และกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบความปลอดภัยของน้ำดื่มและสารปนเปื้อน

           - กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิจัยและตรวจสอบสารเคมีในขวดน้ำดื่ม

           - สมาคมพลาสติก ให้ข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับพลาสติก

           หากประชาชนสงสัยหรือพบปัญหา สามารถแจ้ง อย. หรือ สคบ. เพื่อตรวจสอบได้ นอกจากนี้ องค์กรตรวจสอบข่าว เช่น COFACT และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมช่วยตรวจสอบและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง

น้ำดื่มปั๊มน้ำมัน
ภาพจาก John And Penny / shutterstock.com

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในการดื่มน้ำขวด


           อ.เจษฎ์ แนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยและลดความกังวล ดังนี้

           - เลือกซื้อน้ำที่มีคุณภาพ ตรวจสอบฉลาก วันหมดอายุ และสภาพขวดว่าสะอาด ไม่ชำรุด

           - ดื่มให้หมดเร็ว หลีกเลี่ยงเก็บน้ำขวดไว้นาน โดยเฉพาะหลังเปิดฝา เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากน้ำลายหรือจุลินทรีย์

           - ไม่ใช้ขวดซ้ำบ่อย ขวด PET ออกแบบให้ใช้ครั้งเดียว หากใช้ซ้ำ ต้องล้างให้สะอาดและไม่เก็บนานเกิน 1 ปี

           - หลีกเลี่ยงความร้อนนานๆ ไม่ควรทิ้งขวดน้ำในรถที่จอดตากแดดเป็นเวลานานเกิน 1 เดือน

           - แยกเก็บขวดน้ำ ปั๊มน้ำมันควรเก็บขวดน้ำในที่ร่มห่างจากถังน้ำมัน เพื่อลดความกังวลของผู้บริโภค

           - ทิ้งขยะให้ถูกวิธี แยกขวดพลาสติกเพื่อรีไซเคิล

ข้อสรุป น้ำดื่มจากปั๊มน้ำมันปลอดภัยหรือไม่?


           อ.เจษฎ์ สรุปว่า น้ำดื่มแจกฟรีจากปั๊มน้ำมันที่ได้มาตรฐานและหมุนเวียนเร็วนั้นปลอดภัยสำหรับการบริโภค คำเตือนในคลิปไวรัลส่วนใหญ่เป็นการบิดเบือนและเกินจริง โดยเฉพาะเรื่องมะเร็ง ฮอร์โมนผิดปกติ หรือตับไตพัง

           อย่างไรก็ตาม ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำเพื่อความมั่นใจ เช่น เก็บขวดในที่ร่ม ดื่มให้หมดเร็ว และไม่ใช้ขวดซ้ำนานเกินไป


คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
อ.เจษฎ์ เคลียร์ชัด น้ำดื่มแจกปั๊มน้ำมัน อันตรายจริงไหม ปมคนแห่แชร์เรื่องสะสมสารพิษ ? โพสต์เมื่อ 5 กันยายน 2569 เวลา 10:23:15 แสดงความคิดเห็น