โหนกระแสทำภาคต่อ ศึกแย่งที่ดิน วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น เปิดผังลำดับทายาทนายเฮียง พร้อมไขข้อสงสัย ป้าดา มาจากไหน และเกี่ยวข้องกับมรดกหรือไม่

จากประเด็นร้อนใน จ.ขอนแก่น หลังมีกลุ่มบุคคลนำท่อปูนกลวงไปตั้งขวางทางเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม พร้อมเทปูนและติดป้ายห้ามเข้า-ออก จนเกิดคำถามถึงที่มาของข้อพิพาท โดยภายหลังทั้งฝ่ายวัดและตัวแทนทายาทได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการโหนกระแส ฝั่งวัดยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและเคยชนะคดี ขณะที่ ป้าดา ตัวแทนทายาท ยืนยันว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินยังคงเป็นของทายาท เนื่องจากชื่อในโฉนดยังเป็นของ นายเฮียง พิมพ์ศรี ผู้เป็นเจ้าของเดิม
ต่อมา ป้าดาตั้งโต๊ะแถลงข่าว พร้อมนำเอกสารเกี่ยวกับที่ดินออกมาเปิดเผย โดยระบุว่า นายเฮียงเคยทำหนังสือตกลงยกที่ดินกว่า 21 ไร่ให้สร้างวัดเมื่อปี 2533 แต่มีเงื่อนไขว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ก็ต่อเมื่อสร้างวัดเสร็จสมบูรณ์ ก่อนที่นายเฮียงจะเสียชีวิตในปี 2534 โดยยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ทำให้ทายาทมองว่าสิทธิในที่ดินยังคงตกทอดมายังครอบครัว ขณะที่เหตุการณ์ปิดทางเข้า-ออกวัดนั้นไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นการป้องกันสิทธิ์ตามกฎหมาย พร้อมยื่นคำขาดว่า หากไม่ย้ายออกภายใน 15 วัน จะดำเนินการกับสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด
ภาพจาก โหนกระแส
เปิดหลักฐานโฉนด ปม วัดเถื่อน จริงไหม
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 รายการโหนกระแสเชิญพระอาจารย์จากวัดป่าอดุลยาราม ทนายความฝั่งวัด รวมทั้งมหาหมีและทนายตุ๋ย เข้ามาให้ข้อมูลด้านข้อกฎหมาย โดยเรื่องแรกที่ป้าดากล่าวหาคือ เจ้าอาวาสไม่มีโฉนด หลังจากออกอากาศไป ทางฝั่งวัดได้ส่งหลักฐานเป็นคลิปของเจ้าอาวาสถือโฉนดตัวจริง เพื่อยืนยันเป็นหลักฐาน
ส่วนกรณีที่ป้าดาแถลงข่าวพร้อมกับโฉนดที่ดินเช่นเดียวกัน ทนายความให้สังเกตว่า ด้านข้างจะมีตัวหนังสือสีแดง ซึ่งเป็นการคัดลอกมาจากสำนักงานที่ดิน ขณะที่โฉนดตัวจริงของวัดจะไม่มีตัวอักษรดังกล่าว ส่วนกรณีที่ป้าดาจะไปขอใบแทน ทางฝ่ายวัดยืนยันว่าจะคัดค้านแน่นอน และหากมีการแจ้งเหตุผลในการขอใบแทนไม่ตรงกับความจริง ก็อาจเข้าข่ายแจ้งความเท็จได้ เพราะเป็นการยื่นคำขอโดยที่รู้ว่าต้นฉบับตัวจริงอยู่กับทางวัด
-006.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
ภาพจาก โหนกระแส
ส่องลำดับทายาทนายเฮียง ป้าดา มาจากไหน?
ด้าน หนุ่ม กรรชัย ถามทนายถึงกระแสที่มีคนพูดกันว่า ป้าดาอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงหรือไม่ โดยทนายยอมรับว่า ตนก็ไม่ทราบว่าป้าดาเป็นใคร เพราะเวลาไปศาล ทางญาติ ๆ ของผู้ต้องหาคือนายเฮียงจะไปกันจำนวนมาก อีกทั้งช่วงเวลานั้นเป็นช่วงโควิด-19 มีการสวมหน้ากาก ทำให้ไม่สามารถจดจำได้ว่าใครเป็นใคร
ด้านทนายตุ๋ยเผยว่า หากพิจารณาเรื่อง "ผู้สืบสันดาน" ตามหลักกฎหมาย ทายาทของนายเฮียงมี 9 คน หากทั้ง 9 คนยังมีชีวิตอยู่ ก็จะสิ้นสุดอยู่ในลำดับดังกล่าว แต่หากหนึ่งใน 9 คนเสียชีวิต จึงจะพิจารณาไปถึงรุ่นหลาน
ขณะเดียวกัน ในรายการได้มีการทำผังลำดับญาติของ นายเฮียงกับยายนาง ภรรยาของนายเฮียง ซึ่งมีลูกทั้งหมด 9 คน ต่อมา บัวเรียน ลูกคนที่ 3 มีการฟ้องร่วมกับทางแม่ในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ แต่แพ้คดี และศาลไม่รับฎีกา
ต่อมาจึงมีป้าดาเข้ามาในเรื่องนี้ โดยบัวเรียนอ้างว่า ป้าดาเป็นหลานของยายนาง และเป็นลูกของน้องสาวยายนาง
ด้านทนายตุ๋ยวิเคราะห์ว่า ป้าดาไม่เกี่ยวกับลำดับทายาท เพราะมรดกจะเป็นเฉพาะลูกทั้ง 9 คนของนายเฮียงกับยายนางเท่านั้น ทำให้หนุ่ม กรรชัยรีบเบรกว่า "ไปพูดแบบนี้ เดี๋ยวป้าดาเขาด่านะ พูดว่าเขาไม่เกี่ยวได้ยังไง เขาเป็นหลานนะ" โดยทนายเสริมว่า ต้องไปดูในสำนวนว่าป้าดามีชื่อเป็นผู้รับมอบคดีหรือไม่ หากไม่มีก็ไม่เกี่ยวกับคดีนี้
ฝั่งวัดยืนยัน ที่ดินเป็นของวัด อ้างหลักการถวายที่ดินสร้างวัด
ด้านมหาหมีเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพียงแต่กระบวนการต่าง ๆ อาจล่วงเลยระยะเวลามาเท่านั้น โดยยืนยันว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของวัด วัดได้ตั้งขึ้นโดยชอบ และเจ้าอาวาสก็เข้ามาดำรงตำแหน่งโดยชอบเช่นกัน
ประเด็นสำคัญคือ หากในช่วงเวลาที่มีการถวายที่ดินนั้น สถานที่ดังกล่าวยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล หรือยังไม่ได้เป็นวัดโดยสมบูรณ์ แล้วที่ดินที่ได้รับมาจะตกเป็นของวัดได้อย่างไร หรือจะต้องตกเป็นของทายาทผู้ถวายหรือไม่ ซึ่งมหาหมียืนยันว่าไม่ใช่เช่นนั้น
มหาหมีอธิบายว่า การสร้างและการตั้งวัดมีอยู่ 2 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกคือการขออนุญาตสร้างวัด และขั้นตอนที่สองคือการขออนุญาตตั้งวัด เมื่อได้รับอนุญาตตั้งวัดแล้วจึงจะมีฐานะเป็นนิติบุคคล
ในการขอสร้างวัด เมื่อมีทายกถวายที่ดินมา เจตจำนงของผู้ถวายคือมีความประสงค์ที่จะสร้างวัดแห่งใดแห่งหนึ่ง เมื่อมีการถวายและแสดงเจตจำนงดังกล่าวแล้ว ไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามแบบเหมือนการโอนทรัพย์สินทั่วไป โดยมหาหมีอ้างว่า ตั้งแต่ในอดีตมีคำพิพากษาศาลฎีกาหลายฉบับ อย่างน้อย 10-20 ฎีกา ที่ระบุถึงหลักการถวายที่วัดหรือที่หลวง
หากเป็นการมอบที่ดินให้บุคคลทั่วไป จะต้องไปดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน จัดทำเอกสารว่าจะยกให้ ซื้อ หรือขาย และต้องมีเจ้าพนักงานที่ดินลงนามรับทราบ แต่กรณีที่หลวงและที่วัดไม่จำเป็นต้องดำเนินการในลักษณะดังกล่าว โดยมหาหมีอ้างว่า คำพิพากษาศาลฎีกาจึงวางหลักว่า กรณีดังกล่าวถือว่าที่ดินตกเป็นที่ของวัดแล้วตั้งแต่วันที่ถวาย
-008.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
ภาพจาก โหนกระแส
ผู้ถวายเสียชีวิต ที่ดินจะกลับไปเป็นมรดกหรือไม่?
สำหรับกรณีที่ฝ่ายญาติ โดยเฉพาะป้าดา อ้างว่า ในช่วงเวลาที่มีการถวายที่ดินนั้น สถานที่ดังกล่าวยังไม่ได้เป็นวัด มหาหมีระบุว่า ในช่วงเวลานั้นสถานที่ดังกล่าวยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล แต่เป็นเพียงสำนักสงฆ์ อย่างไรก็ตาม นายเฮียงได้ถวายที่ดินให้แก่หลวงพ่อ โดยมีเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการให้มีการตั้งวัดและสร้างวัดขึ้นบนที่ดินดังกล่าว
มหาหมีอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลฎีกาหลายฉบับว่า หากมีบุคคลถวายที่ดินในลักษณะดังกล่าว ถือว่าที่ดินตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นที่ดินสำหรับให้ประชาชนใช้ร่วมกันทั่วไป หากแต่เป็นที่ดินสำหรับการตั้งวัดในพระพุทธศาสนา
นั่นหมายความว่า เจตจำนงของนายเฮียงคือการนำที่ดินมาสร้างวัด โดยที่ดินดังกล่าวยังไม่ได้ตกเป็นของวัดโดยนิติกรรมในลักษณะการโอนกรรมสิทธิ์ แม้ยังไม่มีการโอนอย่างสมบูรณ์ในทางเอกสาร แต่เมื่อมีการถวายที่ดินแล้ว วัดก็ได้ดำเนินการอยู่ในฐานะสำนักสงฆ์ ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2535-2536 จึงมีการขออนุญาตสร้างวัด และได้รับการตั้งเป็นวัดในปี พ.ศ. 2541
ส่วนคำถามว่า การที่ผู้ถวายเสียชีวิตในระหว่างกระบวนการดังกล่าว จะมีผลทางกฎหมายทำให้ที่ดินตกไปเป็นของทายาทหรือไม่ มหาหมียืนยันว่า ไม่มี โดยระบุว่า ในกรณีที่มีผู้ถวายที่ดินเพื่อสร้างและตั้งวัด เมื่อดำเนินการสร้างและตั้งวัดเสร็จแล้ว ให้ผู้ที่ดำเนินการสร้างวัดรีบนำที่ดินดังกล่าวไปโอนให้เป็นชื่อของวัด
-010.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
ภาพจาก โหนกระแส
ในกฎหมายมีการระบุถึงคำว่า "ผู้ถวายหรือทายาท" โดยคำว่าทายาทในกรณีนี้ หมายถึง หากผู้ถวายเสียชีวิตลง ก็ให้ทายาทเป็นผู้ดำเนินการโอนที่ดินให้เป็นของวัด ทั้งนี้ มหาหมีให้ความเห็นว่า หากทายาทไม่ได้ไปโอน ก็ถือว่าที่ดินเป็นของวัดตั้งแต่นายเฮียงมอบให้สร้างวัดแล้ว
ดังนั้น แม้กระบวนการสร้างวัดจะใช้เวลา 10 ปี หรือ 20 ปี ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญตามความเห็นของมหาหมี เพราะเจตจำนงในการถวายที่ดินเพื่อสร้างวัดได้เกิดขึ้นแล้ว และมีกระบวนการทางกฎหมายรองรับการดำเนินการดังกล่าว
เอกสารสำคัญ "หนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัด"
ขณะที่ฝั่งวัดยังมีเอกสาร "หนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัด" ระบุชื่อ นายเฮียง พิมพ์ศรี พร้อมรายละเอียดว่าจะยกที่ดินหมู่ที่ 14 บ้านหนองแวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา เพื่อใช้สำหรับสร้างวัด
-001.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
-002.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
-003.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวในพระราชสํานักย้อนหลัง
ข่าวบันเทิงดาราไทยข่าวบันเทิงวันนี้ ข่าวบันเทิงล่าสุด
ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวบันเทิงเกาหลีวันนี้
ข่าวบันเทิงต่างประเทศข่าวดาราฮอลลีวู้ด และอื่นๆ
ข่าวเพลงใหม่ข่าวเพลงวันนี้
ข่าวหนังใหม่ข่าวหนังต่างประเทศ
ข่าวการเมืองข่าวการเมืองล่าสุด ข่าวการเมืองวันนี้
ข่าวเศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ ข่าวต่างประเทศล่าสุด
ข่าวประเทศจีนข่าวจีนวันนี้ ข่าวจีนแปลกๆ
ข่าวอาชญากรรมข่าวอาชญากรรมวันนี้ ข่าวอาชญากรรมล่าสุด
ข่าวปัญหาสังคมข่าวเตือนภัยสังคม
ข่าวยาเสพติดจับยาเสพติดวันนี้
ข่าวอุบัติเหตุคลิปอุบัติเหตุ อุบัติเหตุสยอง ข่าวอุบัติเหตุวันนี้
ข่าวสภาพอากาศ - น้ำท่วมข่าวพยากรณ์อากาศ น้ำท่วมล่าสุด
ข่าวภูมิภาคข่าวภูมิภาค 77 จังหวัด ข่าวภูมิภาควันนี้
ข่าวภาคใต้ข่าวภาคใต้ล่าสุด ข่าวด่วนภาคใต้
ข่าวกีฬาข่าวกีฬาวันนี้
ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวฟุตบอลทั้งหมด
ข่าวรถใหม่ข่าวรถยนต์ ราคารถใหม่ ข่าววงการรถ
ข่าวมือถือข่าวมือถือล่าสุด ราคามือถือ
ข่าววิทยาศาสตร์ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่ น่ารู้
ข่าวไอทีอัพเดทข่าวไอที ข่าวไอทีวันนี้
ข่าวการศึกษาข่าวการศึกษาไทย ข่าวการศึกษาวันนี้
ข่าวอาเซียนข่าวอาเซียนวันนี้ ล่าสุด
ข่าวสุขภาพข่าวสุขภาพน่ารู้ สุขภาพวันนี้
ข่าวท่องเที่ยวข่าวท่องเที่ยวล่าสุด ข่าวท่องเที่ยวไทย
ข่าวหวยเลขเด็ดงวดนี้ ข่าวหวยดัง
ข่าว x-fileข่าวแปลกๆ เรื่องแปลกทั่วโลก เรื่องลึกลับ
ข่าวฮิตสังคมออนไลน์กระแสเรื่องฮิต จาก facebook twitter
คลิปข่าวคลิปข่าววันนี้ คลิปข่าวใหม่ คลิปข่าวล่าสุด
