เปิดชีวิตในเรือนจำของมนัส บุญจำนงค์ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ที่ติดคุกเพราะคดีฉ้อโกง ชีวิตลำบาก เงินที่คนนอกฝากมาได้ไม่ครบ

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เฟซบุ๊ก สมจิตร จงจอหอ มีการเล่าเรื่องการเยี่ยมมนัส บุญจำนงค์ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกที่ตอนนี้อยู่ในเรือนจำในคดีฉ้อโกงว่า
เมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมา ผมได้เข้าไปเยี่ยมมนัส บุญจำนงค์ นักชกเหรียญทองและเหรียญเงินโอลิมปิก ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ของวงการมวยสากลสมัครเล่นของประเทศไทย น้องถูกดำเนินคดีติดอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครถูกตัดสิน 2 ปี 9 เดือน
วันที่เข้าเยี่ยม ก่อนจะเข้าไปให้ข้างในเรือนจำ ญาติของนักโทษก็จะมารวมตัวลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ตอนนั้นอากาศก็กำลังร้อนเพราะเป็นเวลาเที่ยงนิด ๆ ลงทะเบียนเสร็จก็ทำตามเจ้าหน้าที่บอกคือ เอาเงินสดไปแลกคูปองเพื่อไปแลกอาหารข้างในจะได้กินข้าวร่วมกันกับนักโทษ เพราะวันนี้เป็นวันเยี่ยมนักโทษใกล้ชิด หลังจากนั้นก็นำสิ่งของที่มีค่ามาเก็บไว้ในตู้เก๊ะของตัวเอง
ต่อจากนั้นเข้าแถว ชาย 1 แถว หญิง 1 แถวแล้วเดินมาเปลี่ยนรองเท้าแตะที่จากเรือนจำพิเศษเตรียมไว้ให้ แถวชายเดินเข้าไปทีละแถว ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจค้นตัวอย่างละเอียดอีกรอบนึง ตรวจเสร็จเสียงประตูบานใหญ่เปิดดังปัง เจ้าหน้าที่สั่งให้ญาติเดินตรงไปที่ศาลาเยี่ยมญาติ (ตอนนั้นเวลาไกล้จะบ่ายโมงแล้วอากาศข้างในมันร้อนอบอ้าว เพราะว่ากำแพงเรือนจำมันสูงลมมันไม่สามารถพัดผ่านช่องกำแพงมาได้เลย)
ผมก็ตามแถวไปเรื่อยระหว่างเดินไปก็มีคนมองแปลก ๆ สงสัย ๆ จนผมเดินเข้ามาในบริเวณที่นักโทษนั่งรอญาติ สิ่งที่เห็นก็คือ บางคนก็วิ่งเข้าโผมากอดกัน บางคนก็ร้องให้ตอนเห็นหน้ากัน ซึ่งบริเวณตรงนั้นคนก็เยอะนักโทษก็เยอะ นั่งรวมกันตามโต๊ะต่าง ๆ ที่จองเอาไว้อากาศก็ร้อนเสียงคนก็พูดคุยกันเสียงดังจอแจ ตามประสาคนไม่เจอกันนาน พัดลม ก็หลายตัวแต่ก็สู้อากาศข้างในไม่ได้จริง ๆ
และแล้ว น้องมนัสก็หันมาเห็นผม ผมก็เดินมาถึงโต๊ะหินอ่อนที่น้องนั่งพอดี ผมอ้าแขนไปกอดน้อง แล้วน้องก็มากอดผม แล้วน้องก็น้ำตาไหลออกมา นี่มันคือน้ำตาของลูกผู้ชาย เป็นน้ำตาแห่งความเสียใจ น้ำตาแห่งความเศร้าและน้ำตาแห่งความดีใจที่ได้เจอพี่ขายคนนี้ ที่ชื่อสมจิตร จงจอหอ ผมพยายามเบือนหน้าหนีไม่ให้น้องเห็นใบหน้าของผมที่มันครุ่นคิด ที่มันสงสาร ที่มันเห็นใจ ที่ได้เห็นสภาพน้องตอนนี้ ผมก็เลยนั่งมองรอบ ๆตัวคิดอะไรไปเรื่อยเพื่อให้มนัสพูดคุยกับครอบครัวของเขา
ผมเหลือบไปมองโต๊ะซ้ายมือนักโทษมีแฟนและครอบครัวมาเยี่ยม นักโทษคนนั้นนั่งกุมมือแฟนไม่ปล่อยแฟนป้อนข้าวให้กันอย่างมีความสุข ผมก็ไปสังเกตโต๊ะตรงหน้า นักโทษน้องเป็น LGBTQ มีพ่อแม่มาเยี่ยม พ่อนั่งบนรถเข็นแม่ยังเดินไหวแต่อายุประมาณ 65-70ปี นี่แหละที่เขาบอกว่า การติดคุกไม่ได้ติดแค่คนเดียว ครอบครัว คนที่รักก็ติดด้วย เพราะคนเหล่านั้นเขาก็เป็นทุกข์กับนักโทษด้วยเช่นกัน
สายตาผมไปสะดุดคู่รักอีกคู่นึงครับ คู่นี้หอมแก้ม หอมหน้าผากพูดคุย อยากออกรสออกชาดส่วนเวลาเยี่ยมคือ 13.00 น. ถึง 15.00 น.
แต่ในเวลาเยี่ยม 2 ชั่วโมงนี้ก็จะมีดนตรีจากเรือนจำมีการแสดงจากนักโทษข้างใน ผมเองก็ได้มอบรางวัลให้กับน้องไป 500 บาทแต่เป็นคูปองแลกอาหารนะครับ
ช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายผมได้พูดคุยกับมนัสหลายเรื่องน้องก็เล่าให้ฟังหลายเรื่องความทุกข์ยากความลำบากที่อยู่ข้างในเล่าให้ฟัง เงินที่ผมเคยฝากไปให้ไปไม่ครบจำนวนที่ฝาก (มาถึงจุดนี้ผมสตั๊นไป 5 วินาที) แล้วอุทานว่า เวรกรรม
ผมเลยบอกกับน้องว่าขอให้ออกมาไว ๆ แล้วพี่จะมารับนะ เวลา 15.00 น. เสียงนกหวีดจากผู้คุมก็เป่าแล้วบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมให้นักโทษยืนแถว นับยอด วินาทีนี้ เสียงทุกคนที่คุยกันดังกว่าเสียงพัดลม มันเงียบสนิท จากเสียงที่พูดคุย หยอกล้อ มันเป็นเสียงร่ำลาที่มีมีแต่คราบน้ำตา บรรยากาศตอนนั้นมันวังเวงมาก มันอาลัย อาวรณ์แววตาเหม่อลอย มนัสก็เดินเข้ามากอดผมอีกหนึ่งครั้งแล้วก็ร้องไห้ สุดท้ายแล้วผมก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวครับ ผมร้องไห้ออกมา อย่างไม่อายใครเพราะสงสารน้องจับใจ แล้วบอกกับน้องว่า วันที่มึงได้อิสรภาพกูจะรับมึงนะ เติ้ล
ผมไม่ได้อยากพูดถึงมนัส บุญจำนงค์ เพื่อซ้ำเติมว่าเขาเคยเป็นฮีโร่ แล้ววันนี้ต้องมาอยู่ในเรือนจำ
แต่ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนว่า ชีวิตคนเรามีทั้งวันที่ขึ้นสูงและวันที่ตกต่ำ และไม่มีใครควรประมาทกับการตัดสินใจของตัวเอง
สิ่งที่เกิดขึ้นต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ผมไม่ได้บอกว่าความผิดไม่สำคัญ และไม่ได้บอกว่าอดีตที่เคยสร้างชื่อเสียงจะลบความผิดในวันนี้ได้
แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เชื่อว่า คนทำผิด ไม่ควรถูกตัดสินว่าเป็น คนเลวไปตลอดชีวิต
ถ้าการติดคุกครั้งนี้จะมีคุณค่า ผมอยากให้มันเป็นเวลาที่น้องได้ทบทวนตัวเอง ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น เรียนรู้จากความผิดพลาด และเตรียมตัวกลับออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างถูกต้อง
สิ่งที่คนข้างนอกอย่างพวกเราทำได้ ไม่ใช่การไปช่วยให้ใครอยู่เหนือกฎหมาย แต่คือการช่วยกันหาทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้น้องได้รับสิทธิที่พึงมี และถ้ามีช่องทางตามกฎหมายที่จะช่วยให้ออกมาได้เร็วขึ้น เราก็ควรช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่
ผมอยากพาน้องกลับออกมา ไม่ใช่เพราะมองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่อยากพากลับมาเพื่อให้โอกาสเขาได้แก้ไขสิ่งที่ผิด สร้างชีวิตใหม่ และพิสูจน์ให้เห็นว่า คนเราสามารถล้มได้ แต่ก็สามารถลุกขึ้นมาเป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้
อดีตเปลี่ยนไม่ได้ แต่อนาคตยังสร้างใหม่ได้เสมอ
และครั้งนี้ ผมอยากช่วยน้องเดินกลับออกมาด้วย ทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่ทางลัด #อยากพาน้องออกจากข้างใน

ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวในพระราชสํานักย้อนหลัง
ข่าวบันเทิงดาราไทยข่าวบันเทิงวันนี้ ข่าวบันเทิงล่าสุด
ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวบันเทิงเกาหลีวันนี้
ข่าวบันเทิงต่างประเทศข่าวดาราฮอลลีวู้ด และอื่นๆ
ข่าวเพลงใหม่ข่าวเพลงวันนี้
ข่าวหนังใหม่ข่าวหนังต่างประเทศ
ข่าวการเมืองข่าวการเมืองล่าสุด ข่าวการเมืองวันนี้
ข่าวเศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ ข่าวต่างประเทศล่าสุด
ข่าวประเทศจีนข่าวจีนวันนี้ ข่าวจีนแปลกๆ
ข่าวอาชญากรรมข่าวอาชญากรรมวันนี้ ข่าวอาชญากรรมล่าสุด
ข่าวปัญหาสังคมข่าวเตือนภัยสังคม
ข่าวยาเสพติดจับยาเสพติดวันนี้
ข่าวอุบัติเหตุคลิปอุบัติเหตุ อุบัติเหตุสยอง ข่าวอุบัติเหตุวันนี้
ข่าวสภาพอากาศ - น้ำท่วมข่าวพยากรณ์อากาศ น้ำท่วมล่าสุด
ข่าวภูมิภาคข่าวภูมิภาค 77 จังหวัด ข่าวภูมิภาควันนี้
ข่าวภาคใต้ข่าวภาคใต้ล่าสุด ข่าวด่วนภาคใต้
ข่าวกีฬาข่าวกีฬาวันนี้
ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวฟุตบอลทั้งหมด
ข่าวรถใหม่ข่าวรถยนต์ ราคารถใหม่ ข่าววงการรถ
ข่าวมือถือข่าวมือถือล่าสุด ราคามือถือ
ข่าววิทยาศาสตร์ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่ น่ารู้
ข่าวไอทีอัพเดทข่าวไอที ข่าวไอทีวันนี้
ข่าวการศึกษาข่าวการศึกษาไทย ข่าวการศึกษาวันนี้
ข่าวอาเซียนข่าวอาเซียนวันนี้ ล่าสุด
ข่าวสุขภาพข่าวสุขภาพน่ารู้ สุขภาพวันนี้
ข่าวท่องเที่ยวข่าวท่องเที่ยวล่าสุด ข่าวท่องเที่ยวไทย
ข่าวหวยเลขเด็ดงวดนี้ ข่าวหวยดัง
ข่าว x-fileข่าวแปลกๆ เรื่องแปลกทั่วโลก เรื่องลึกลับ
ข่าวฮิตสังคมออนไลน์กระแสเรื่องฮิต จาก facebook twitter
คลิปข่าวคลิปข่าววันนี้ คลิปข่าวใหม่ คลิปข่าวล่าสุด
