
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่สำนักงานแห่งหนึ่งในประเทศจีน หลังจากมีพนักงานนำลูกชายวัย 12 ปี มาทำงานด้วย ก่อนที่จะก่อเหตุไม่คาดคิด ส่งผลให้เพลิงลุกลามและเผาวอดไปทั้งสำนักงาน กลายเป็นภาพที่น่าตกใจ และจุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ที่สำนักงานแห่งหนึ่งในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศจีน ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นเผยว่า ผู้ปกครองรายหนึ่ง (ไม่ระบุเพศ) ซึ่งเป็นพนักงานที่สำนักงานแห่งนี้ ได้พาลูกชายอายุ 12 ปี ไปที่ทำงานด้วย โดยหวังว่าจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
อย่างไรก็ดี ขณะที่ผู้ปกครองกำลังยุ่งอยู่กับงาน ได้ปล่อยให้ลูกชายอยู่ตามลำพังในห้องทำงานห้องหนึ่ง เด็กชายรู้สึกเบื่อและคิดหาอะไรเล่นฆ่าเวลา นั่นคือการจุดไฟแช็กเผากระดาษทิชชู ผลปรากฏว่าประกายไฟได้กระเด็นไปติดกระดาษและสิ่งของที่วางระเกะระกะอยู่ใกล้โต๊ะทำงานจนลุกลามไปทั่วห้อง

ภาพจาก Weibo
เด็กชายเกิดความตกใจจึงรีบตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครอง ทางผู้ปกครองจึงรีบแจ้งหน่วยดับเพลิง
ในขณะเดียวกันผู้ปกครองและพนักงานคนอื่น ๆ ก็พยายามดับไฟโดยใช้ถังดับเพลิงชนิดผงแห้ง แต่เปลวเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วและเผาไหม้ไปทั้งสำนักงาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาถึงและสามารถช่วยควบคุมเพลิงจนสงบ

ภาพจาก Weibo

ภาพจาก Weibo
รายงานระบุว่า อาคารสำนักงานถูกไฟไหม้เสียหายอย่างหนัก แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนมูลค่าความเสียหายมากกว่าหลายหมื่นหยวน (1 หมื่นหยวน ประมาณ 47,000 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ทั้งนี้ รายงานไม่ได้ระบุว่าผู้ปกครองของเด็กจะได้รับโทษหรือถูกดำเนินการอย่างไรหรือไม่
ทางหน่วยดับเพลิงได้กล่าวแถลงการณ์ในที่เกิดเหตุ โดยเรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการป้องกันอัคคีภัย กล่าวว่า "เด็ก ๆ อยากรู้อยากเห็น แต่พวกเขามีความตระหนักด้านความปลอดภัยต่ำ ผู้ปกครองควรดูแลพวกเขาอย่างระมัดระวัง และส่งเสริมการศึกษา เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ มิเช่นนั้นประกายไฟเพียงเล็กน้อยก็อาจนำไปสู่ภัยพิบัติครั้งใหญ่ได้"
เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ ชาวเน็ตพากันเข้าไปตำหนิการกระทำ รวมถึงการเลี้ยงลูกของผู้ปกครองรายนี้ กล่าวว่า "เขาไม่ได้ 3-4 ขวบ เด็กคนนี้ดูเหมือนจะถูกครอบครัวตามใจจนเสียคน" ขณะที่อีกคนหนึ่งกล่าวเสียดสีติดตลกว่า "ฉันคิดว่าในอนาคตคงไม่มีเจ้านายคนไหนอนุญาตให้พนักงานพาลูกมาที่ทำงานอีกแล้ว"
ขอบคุณข้อมูลจาก South China Morning Post

ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวในพระราชสํานักย้อนหลัง
ข่าวบันเทิงดาราไทยข่าวบันเทิงวันนี้ ข่าวบันเทิงล่าสุด
ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวบันเทิงเกาหลีวันนี้
ข่าวบันเทิงต่างประเทศข่าวดาราฮอลลีวู้ด และอื่นๆ
ข่าวเพลงใหม่ข่าวเพลงวันนี้
ข่าวหนังใหม่ข่าวหนังต่างประเทศ
ข่าวการเมืองข่าวการเมืองล่าสุด ข่าวการเมืองวันนี้
ข่าวเศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ ข่าวต่างประเทศล่าสุด
ข่าวประเทศจีนข่าวจีนวันนี้ ข่าวจีนแปลกๆ
ข่าวอาชญากรรมข่าวอาชญากรรมวันนี้ ข่าวอาชญากรรมล่าสุด
ข่าวปัญหาสังคมข่าวเตือนภัยสังคม
ข่าวยาเสพติดจับยาเสพติดวันนี้
ข่าวอุบัติเหตุคลิปอุบัติเหตุ อุบัติเหตุสยอง ข่าวอุบัติเหตุวันนี้
ข่าวสภาพอากาศ - น้ำท่วมข่าวพยากรณ์อากาศ น้ำท่วมล่าสุด
ข่าวภูมิภาคข่าวภูมิภาค 77 จังหวัด ข่าวภูมิภาควันนี้
ข่าวภาคใต้ข่าวภาคใต้ล่าสุด ข่าวด่วนภาคใต้
ข่าวกีฬาข่าวกีฬาวันนี้
ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวฟุตบอลทั้งหมด
ข่าวรถใหม่ข่าวรถยนต์ ราคารถใหม่ ข่าววงการรถ
ข่าวมือถือข่าวมือถือล่าสุด ราคามือถือ
ข่าววิทยาศาสตร์ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่ น่ารู้
ข่าวไอทีอัพเดทข่าวไอที ข่าวไอทีวันนี้
ข่าวการศึกษาข่าวการศึกษาไทย ข่าวการศึกษาวันนี้
ข่าวอาเซียนข่าวอาเซียนวันนี้ ล่าสุด
ข่าวสุขภาพข่าวสุขภาพน่ารู้ สุขภาพวันนี้
ข่าวท่องเที่ยวข่าวท่องเที่ยวล่าสุด ข่าวท่องเที่ยวไทย
ข่าวหวยเลขเด็ดงวดนี้ ข่าวหวยดัง
ข่าว x-fileข่าวแปลกๆ เรื่องแปลกทั่วโลก เรื่องลึกลับ
ข่าวฮิตสังคมออนไลน์กระแสเรื่องฮิต จาก facebook twitter
คลิปข่าวคลิปข่าววันนี้ คลิปข่าวใหม่ คลิปข่าวล่าสุด
