คู่รัก LGBTQ+ สุดช้ำ เลี้ยงเด็กมา 6 เดือนเหมือนลูกในไส้ สุดท้ายแม่แท้ ๆ กลับเปลี่ยนใจ พาตำรวจบุกทวงคืนถึงบ้าน รับสภาพจำใจต้องคืนให้ ด้านยายเด็กเล่าอีกมุม

วันที่ 29 เมษายน 2569 รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง 3 รายงานว่า คู่รัก LGBTQ+ ออกมาร้องทุกข์กรณีรับเลี้ยงทารกเพศหญิงมาตั้งแต่แรกคลอด แต่เวลาต่อมา แม่แท้ ๆ และยายของเด็กจะเดินทางพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอรับตัวเด็กคืนถึงบ้าน
คุณลิ้นจี่ และคุณนัท คู่รัก LGBTQ+ เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่ทั้งคู่โพสต์ข้อความในกลุ่มเฟซบุ๊ก เพื่อแสดงความต้องการรับเด็กทารกมาเป็นบุตรบุญธรรม กระทั่งช่วงเดือนกันยายน 2568 ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งใช้นามสมมติว่า น.ส.ออย ติดต่อเข้ามา โดยระบุชัดเจนว่าไม่พร้อมเลี้ยงดูบุตร และต้องการให้ทั้งคู่รับเด็กไปดูแล อีกทั้งยังขอความช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน ขณะนั้นแม่เด็กมีอายุครรภ์ประมาณ 8 เดือน
หลังจากพูดคุยและนัดพบเพื่อตรวจสอบข้อมูล ทั้งคู่ตัดสินใจช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ทั้งค่าฝากครรภ์ ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยยืนยันว่า แม้ท้ายที่สุดแม่เด็กจะเปลี่ยนใจไม่ยกบุตรให้ ก็ถือเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
_4.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ต่อมาวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เด็กคลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี โดยทั้งพ่อและแม่ของเด็กได้ยืนยันต่อหน้าคู่รัก LGBTQ+ ว่าไม่พร้อมเลี้ยงดู และยินยอมให้ทั้งคู่รับเด็กไปดูแล หลังจากนั้นทั้งสองจึงเริ่มศึกษาขั้นตอนทางกฎหมายเกี่ยวกับการรับบุตรบุญธรรม ซึ่งต้องดำเนินการผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. เพื่อประเมินความเหมาะสมของทั้งครอบครัวผู้ให้และผู้รับ
อย่างไรก็ตาม หลังเด็กคลอดได้เพียง 1 วัน ในวันที่ 1 พฤศจิกายน แม่ของเด็กได้ติดต่อมาอีกครั้ง เพื่อเร่งรัดให้ทั้งคู่เดินทางมารับตัวเด็ก โดยอ้างว่าต้องรีบออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากพ่อเสียชีวิตกะทันหัน ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบลางานและเดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีทันที
จากนั้นวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 มีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานและป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต โดยในเอกสารดังกล่าว แม่ของเด็กระบุชัดเจนว่ายินยอมยกเด็กให้เป็นบุตรบุญธรรม พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของหน่วยงานรัฐต่อไป
_4.jpg)
_4.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
_4.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
_4.jpg)
_4.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ตลอดระยะเวลากว่า 6-7 เดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่ช่วยกันเลี้ยงดูเด็กเสมือนลูกแท้ ๆ ทั้งเรื่องอาหาร นม ของใช้ รวมถึงการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จาก พม. ก็มีการเข้ามาประเมินทั้งด้านรายได้ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของทั้งคู่ ซึ่งผ่านเกณฑ์ และอยู่ระหว่างขั้นตอนทดลองเลี้ยงตามระเบียบที่กำหนด โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าประเมินทุก 2 เดือน
กระทั่งวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา แม่ของเด็กติดต่อกลับมาขอรับลูกคืน โดยให้เหตุผลว่าครอบครัวต้องการนำเด็กกลับไปเลี้ยงเอง ทำให้เกิดเป็นข้อขัดแย้งกัน เนื่องจากกระบวนการรับบุตรบุญธรรมยังดำเนินไม่แล้วเสร็จ ยืนยันว่า ไม่ได้ปฏิเสธการคืนเด็กให้ครอบครัวแท้จริง แต่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยของเด็กและความชัดเจนทางกฎหมาย โดยเสนอให้นำเด็กไปส่งมอบผ่าน พม. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลกระบวนการทดลองเลี้ยงอยู่
แต่ระหว่างการเจรจา วันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา แม่และยายของเด็ก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อขอรับตัวเด็กกลับทันที โดยไม่รอขั้นตอนจากหน่วยงานพัฒนาสังคม ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น
_4.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
_3.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
_1.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมได้เสนอแนวทางว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ อาจจำเป็นต้องนำเด็กเข้าสถานสงเคราะห์ชั่วคราวระหว่างรอข้อสรุป ซึ่งทางครอบครัวแท้ ๆ ของเด็กยินยอมให้ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว แต่คู่รัก LGBTQ+ ไม่ต้องการให้เด็กต้องเข้าสู่ระบบสถานสงเคราะห์ เพราะกังวลเรื่องสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของเด็ก สุดท้ายจึงตัดสินใจยอมคืนเด็กให้กับแม่และยายแท้ ๆ พร้อมมีการลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพื่อยุติกระบวนการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ทั้งคู่ยอมรับว่า แม้เข้าใจตามกฎหมายว่ายังไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ปกครองโดยสมบูรณ์ แต่ตลอดระยะเวลาที่เลี้ยงดูร่วมกัน ทำให้เกิดสายสัมพันธ์ทางความรู้สึกที่ยากจะตัดขาด พร้อมฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่ต้องการรับบุตรบุญธรรมในอนาคต ควรตรวจสอบข้อมูลของครอบครัวต้นทางอย่างรอบคอบ และดำเนินการผ่านหน่วยงานรัฐตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ขณะที่ฝ่าย แม่และยายของเด็ก ยืนยันว่า หลังรับตัวเด็กกลับมา เด็กสามารถปรับตัวได้ดี ร่าเริง และใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยครอบครัวยืนยันว่ามีความพร้อมในการเลี้ยงดู เพียงแต่ในช่วงแรก แม่ของเด็กไม่กล้าบอกครอบครัวว่าตั้งครรภ์ จึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ ยังมีการตกลงกันที่สถานีตำรวจในวันรับตัวเด็กว่า ครอบครัวแท้จริงของเด็กจะจ่ายค่าเลี้ยงดูจำนวน 120,000 บาท ให้กับคู่รัก LGBTQ+ และหลังจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะยังคงติดตามคุณภาพชีวิตและการเลี้ยงดูเด็กอย่างต่อเนื่องต่อไป
.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ขอบคุณข้อมูลจาก

ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวในพระราชสํานักย้อนหลัง
ข่าวบันเทิงดาราไทยข่าวบันเทิงวันนี้ ข่าวบันเทิงล่าสุด
ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวบันเทิงเกาหลีวันนี้
ข่าวบันเทิงต่างประเทศข่าวดาราฮอลลีวู้ด และอื่นๆ
ข่าวเพลงใหม่ข่าวเพลงวันนี้
ข่าวหนังใหม่ข่าวหนังต่างประเทศ
ข่าวการเมืองข่าวการเมืองล่าสุด ข่าวการเมืองวันนี้
ข่าวเศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ ข่าวต่างประเทศล่าสุด
ข่าวประเทศจีนข่าวจีนวันนี้ ข่าวจีนแปลกๆ
ข่าวอาชญากรรมข่าวอาชญากรรมวันนี้ ข่าวอาชญากรรมล่าสุด
ข่าวปัญหาสังคมข่าวเตือนภัยสังคม
ข่าวยาเสพติดจับยาเสพติดวันนี้
ข่าวอุบัติเหตุคลิปอุบัติเหตุ อุบัติเหตุสยอง ข่าวอุบัติเหตุวันนี้
ข่าวสภาพอากาศ - น้ำท่วมข่าวพยากรณ์อากาศ น้ำท่วมล่าสุด
ข่าวภูมิภาคข่าวภูมิภาค 77 จังหวัด ข่าวภูมิภาควันนี้
ข่าวภาคใต้ข่าวภาคใต้ล่าสุด ข่าวด่วนภาคใต้
ข่าวกีฬาข่าวกีฬาวันนี้
ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวฟุตบอลทั้งหมด
ข่าวรถใหม่ข่าวรถยนต์ ราคารถใหม่ ข่าววงการรถ
ข่าวมือถือข่าวมือถือล่าสุด ราคามือถือ
ข่าววิทยาศาสตร์ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่ น่ารู้
ข่าวไอทีอัพเดทข่าวไอที ข่าวไอทีวันนี้
ข่าวการศึกษาข่าวการศึกษาไทย ข่าวการศึกษาวันนี้
ข่าวอาเซียนข่าวอาเซียนวันนี้ ล่าสุด
ข่าวสุขภาพข่าวสุขภาพน่ารู้ สุขภาพวันนี้
ข่าวท่องเที่ยวข่าวท่องเที่ยวล่าสุด ข่าวท่องเที่ยวไทย
ข่าวหวยเลขเด็ดงวดนี้ ข่าวหวยดัง
ข่าว x-fileข่าวแปลกๆ เรื่องแปลกทั่วโลก เรื่องลึกลับ
ข่าวฮิตสังคมออนไลน์กระแสเรื่องฮิต จาก facebook twitter
คลิปข่าวคลิปข่าววันนี้ คลิปข่าวใหม่ คลิปข่าวล่าสุด
