เด็กวัย 15 อ้วกเป็นเลือด หมอส่องกระเพาะเจอปุ่มเล็ก ๆ คล้ายมีก้อนกรวด ชี้เป็นสัญญาณเตือนโรคร้าย แนะผู้ปกครองหมั่นสังเกตอาการลูก เข้าตรวจคัดกรองก่อนสาย
.jpg)
วันที่ 4 เมษายน 2569 เว็บไซต์ ETtoday รายงานเหตุอุทาหรณ์สำหรับครอบครัว ไม่ควรนิ่งนอนใจต่อการปวดท้องของลูก ๆ โดย ดร.หงฮวาซี กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ จากไต้หวัน ได้ออกมาเล่าเคสของเด็กชายวัย 15 ปี ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หลังอาเจียนเป็นเลือดอย่างรุนแรง แถมยังส่องกล้องกระเพาะอาหารพบแผลที่มีเลือดออก รวมถึงพบการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุกระเพาะอาหาร จนมีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ เรียงรายไปทั่ว ราวกับมีก้อนกรวดเล็ก ๆ กระจายตัว
ผลการตรวจยืนยันว่าเด็กชายติดเชื้อเอชไพโลไร (H. Pylori) ซึ่งเป็นแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร แต่สิ่งที่ทำให้แพทย์กังวลก็คือ คนไข้แสดงภาวะ low-grade dysplasia ซึ่งเป็นรอยโรคก่อนเกิดมะเร็ง
ดร.หงฮวาซี เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า เชื้อเอชไพโลไร ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร และเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโรคนี้ถึง 80% ทั่วโลก
เมื่อติดเชื้อกระเพาะจะเกิดการอักเสบและเสื่อมสภาพลงเป็นลำดับ เริ่มจากเยื่อบุผิวกระเพาะอาหารจะฝ่อลง จากนั้นเกิดภาวะเมตาพลาเซียของลำไส้ ซึ่งเป็นภาวะที่เซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารเปลี่ยนแปลงผิดปกติเป็นเซลล์ที่คล้ายกับเซลล์ในลำไส้ จากนั้นจะพัฒนาไปขั้นอื่น ๆ ซึ่งเซลล์มีการกลายพันธุ์ จนสุดท้ายก็จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
ภาพจาก เฟซบุ๊ก 肚肚醫師-洪華希 兒童腸胃科
ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อปรากฏรอยโรคก่อนเกิดมะเร็ง โดย ดร.หงฮวาซี ชี้ว่า อัตราการเกิดมะเร็งต่อปีสำหรับภาวะเมตาพลาเซียของลำไส้ อยู่ที่ประมาณ 0.16–0.34%
ในขณะที่ภาวะ low-grade dysplasia อยู่ที่ 0.6–1.1% และหากลุกลามไปถึงภาวะ high-grade dysplasia อัตราการเกิดมะเร็งจะพุ่งสูงถึง 6–18%
สมาคมกุมารเวชศาสตร์และส่องกล้องแห่งอเมริกาถึงกับเตือนว่า 25% ของผู้ที่มีภาวะ high-grade dysplasia จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารภายใน 1 ปี
ทั้งนี้ ดร.หงฮวาซี ได้ให้คำแนะนำสำคัญไปถึงกลุ่มผู้ปกครอง ดังนี้
1. ปวดท้องเรื้อรัง - หากบุตรหลานมีอาการปวดท้องเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นเวลานาน ร่วมกับมีภาวะเจริญเติบโตช้า หรือคนในครอบครัวมีประวัติติดเชื้อเอชไพโลไร หรือในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจด้วยการส่องกล้องกระเพาะอาหาร
2. โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก - หากบุตรหลานมีภาวะโลหิตจางที่ไม่ทราบสาเหตุ และกินยาเสริมธาตุเหล็กแล้วไม่เห็นผล อาจเกิดจากการติดเชื้อเอชไพโลไร ทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กบกพร่อง
3. ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ - หากส่องกล้องพบว่ามีภาวะเมตาพลาเซียของลำไส้ หรือ dysplasia จะต้องใช้ยาและติดตามผลตามที่แพทย์กำหนด และกำจัดเชื้อให้หมดสิ้น
4. ไม่ต้องกังวลมากเกินไป - การเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุกระเพาะในเด็กและวัยรุ่นที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไพโลไร มักมีการพยากรณ์โรคที่ดีกว่าในผู้ใหญ่
5. ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday

ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวในพระราชสํานักย้อนหลัง
ข่าวบันเทิงดาราไทยข่าวบันเทิงวันนี้ ข่าวบันเทิงล่าสุด
ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวบันเทิงเกาหลีวันนี้
ข่าวบันเทิงต่างประเทศข่าวดาราฮอลลีวู้ด และอื่นๆ
ข่าวเพลงใหม่ข่าวเพลงวันนี้
ข่าวหนังใหม่ข่าวหนังต่างประเทศ
ข่าวการเมืองข่าวการเมืองล่าสุด ข่าวการเมืองวันนี้
ข่าวเศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ ข่าวต่างประเทศล่าสุด
ข่าวประเทศจีนข่าวจีนวันนี้ ข่าวจีนแปลกๆ
ข่าวอาชญากรรมข่าวอาชญากรรมวันนี้ ข่าวอาชญากรรมล่าสุด
ข่าวปัญหาสังคมข่าวเตือนภัยสังคม
ข่าวยาเสพติดจับยาเสพติดวันนี้
ข่าวอุบัติเหตุคลิปอุบัติเหตุ อุบัติเหตุสยอง ข่าวอุบัติเหตุวันนี้
ข่าวสภาพอากาศ - น้ำท่วมข่าวพยากรณ์อากาศ น้ำท่วมล่าสุด
ข่าวภูมิภาคข่าวภูมิภาค 77 จังหวัด ข่าวภูมิภาควันนี้
ข่าวภาคใต้ข่าวภาคใต้ล่าสุด ข่าวด่วนภาคใต้
ข่าวกีฬาข่าวกีฬาวันนี้
ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวฟุตบอลทั้งหมด
ข่าวรถใหม่ข่าวรถยนต์ ราคารถใหม่ ข่าววงการรถ
ข่าวมือถือข่าวมือถือล่าสุด ราคามือถือ
ข่าววิทยาศาสตร์ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่ น่ารู้
ข่าวไอทีอัพเดทข่าวไอที ข่าวไอทีวันนี้
ข่าวการศึกษาข่าวการศึกษาไทย ข่าวการศึกษาวันนี้
ข่าวอาเซียนข่าวอาเซียนวันนี้ ล่าสุด
ข่าวสุขภาพข่าวสุขภาพน่ารู้ สุขภาพวันนี้
ข่าวท่องเที่ยวข่าวท่องเที่ยวล่าสุด ข่าวท่องเที่ยวไทย
ข่าวหวยเลขเด็ดงวดนี้ ข่าวหวยดัง
ข่าว x-fileข่าวแปลกๆ เรื่องแปลกทั่วโลก เรื่องลึกลับ
ข่าวฮิตสังคมออนไลน์กระแสเรื่องฮิต จาก facebook twitter
คลิปข่าวคลิปข่าววันนี้ คลิปข่าวใหม่ คลิปข่าวล่าสุด
