
กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจของคนเป็นพ่อแม่ กรณีวันที่ 1 เมษายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าเหตุการณ์สุดช็อก หลังพาลูกน้อยวัยเพียง 1 เดือนไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่กลับได้รับแจ้งจากแพทย์ว่าเกิดความผิดพลาดในการให้ยา โดยระบุว่าเด็กได้รับยาสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นหายใจช้าลง ไม่ตอบสนอง และเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ทำให้ครอบครัวต้องเฝ้ารอดูอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยพ่อเด็กออกมาตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำงานและเรียกร้องความรับผิดชอบจากโรงพยาบาล
โพสต์ดังกล่าวระบุว่า "ถ้าสมมุติว่าลูกเราไม่สบาย แล้วเราพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล แล้วอยู่ดี ๆ มีหมอมาบอกกับเราว่า ขอโทษนะคะ พอดีฉีดยาผิดให้ลูกคุณไป ซึ่งยาที่ฉีดให้ลูกเรานั้นคือยาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่สามารถฉีดให้เด็กได้ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต แต่ลูกผมอายุเดือนเดียว ซึ่งมันเกินขนาดที่เด็กจะรับได้ อาจจะทำให้เด็กมีอาการหายใจช้าลง หรือหลับจนเรียกไม่รู้สึก แรงสุดคือถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ คือแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หมอพูดกับคุณแบบนี้
ถ้าเป็นลูกคุณ คุณจะทำยังไง ลองแสดงความคิดเห็นหน่อย แต่ผมนะตอนนี้ขอแค่ให้ผ่านคืนนี้ไปได้ ให้ลูกปลอดภัย แล้วเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังว่าเรื่องราวเป็นยังไง"
"อัปเดตอาการน้อง นับตั้งแต่ตอนฉีดยาเมื่อวาน ผ่านมา 16 ชั่วโมง หมอก็ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าปลอดภัย 100% ยังต้องอยู่ในช่วงดูแลใกล้ชิด ในห้องปลอดเชื้อ จนครบ 24 ชั่วโมง หมอถึงจะสรุปให้ได้ ตอนนี้โดยรวมอาการน้องดีขึ้นกว่าเมื่อวาน หายใจดีขึ้น เรียกแล้วรู้สึกตอบสนองดีขึ้น คือเมื่อวานตอนน้องได้รับยา น้องตอบสนองช้า หายใจช้ามาก ๆ ตอนนี้แค่เริ่มดีขึ้นจากเมื่อวาน คือหมอก็ยังสรุปอะไรไม่ได้ ให้รอจนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมง
แล้วเดี๋ยวสาย ๆ จะเล่ารายละเอียดเรียงไทม์ไลน์ทั้งหมดตั้งแต่เกิดเรื่องให้ฟัง บอกเลยว่าที่โพสต์ไปแค่น้ำจิ้ม รออ่านฉบับเต็ม แล้วก็ขอบคุณทุกกำลังใจ ทั้งโทร. ทั้งแชต ตอบไม่หมดจริง ๆ แต่ผมขอขอบคุณจากใจครับ"
.jpg)
ล่าสุด (2 เมษายน) พ่อเด็กโพสต์อัปเดตว่า "จะสรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจง่ายมากที่สุด คือสาเหตุที่ทำให้น้องต้องเป็นอยู่ตอนนี้คือ หมอสั่งให้พยาบาลเอายาฆ่าเชื้อมาให้น้อง แต่เพราะความมักง่ายหรือสะเพร่าของใครก็ไม่รู้ ก่อนจะเอายามาให้เตียงไหนก็ตาม ตัวยาก็จะมีชื่อคนไข้ พอมาถึงเตียงคนไข้ก็ต้องถามชื่อว่าตรงกันไหม แต่ความมักง่ายของคน ไม่อ่าน ไม่ถามอะไรทั้งนั้น เดินมาถึงพูดแค่ว่าขอให้ยาฆ่าเชื้อหน่อย ซึ่งทั้งตัวพยาบาลเองกับหมอก็ยอมรับว่าเขาสื่อสารกันผิดจริง แล้วพยาบาลก็มักง่าย ยอมรับว่าไม่ได้ถามชื่อจริง ๆ
ซึ่งวันนี้ลูกผมอาจจะโชคดีที่ยังไม่ถึงเวลาของเขาก็ได้ แต่ผมถามหน่อยว่าถ้าวันนี้น้องโชคไม่ดีล่ะ หัวใจหยุดเต้นขึ้นมาจริง ๆ จะทำยังไง ใครจะรับผิดชอบ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความแรงของยา หรืออาการข้างเคียง หมอเป็นคนพูดด้วยตัวเองว่ามันรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต คือแค่เดินมาบอกว่าขอโทษที่ให้ยาลูกผิด แต่ผลข้างเคียงคือทำให้ลูกผมตายได้ ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครติดต่อมาหรือชี้แจงสิ่งที่มันผิดพลาดเลย คือคุณรู้ว่าสิ่งที่คุณทำมันมักง่ายจนเกือบทำให้คนตายได้ แต่กลับนิ่งเฉย ปล่อยผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผมก็ขอตั้งคำถามกับโรงพยาบาลด้วย ใครต้องรับผิดชอบ ใครต้องชี้แจง คือมีคนผิด การกระทำชัดเจน ตั้งแต่เมื่อวานผมยังไม่รู้เลยว่าพยาบาลคนไหนเป็นคนฉีดยาให้ลูกผม คือชีวิตลูกผมอยู่ดี ๆ ต้องมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับการกระทำมักง่ายของใครก็ไม่รู้ด้วยเหรอ คิดกลับกัน ถ้าคนที่นอนอยู่วันนี้เป็นลูกคุณจะรู้สึกยังไง ที่อยู่ดี ๆ ก็เกือบตายเพราะความมักง่ายของใครก็ไม่รู้
แค่คำว่าขอโทษยังไม่มีเลย ไม่เป็นไรครับ แล้วเดี๋ยวผมจะทำให้รู้ว่าชีวิตลูกผมมีค่ามากแค่ไหน ไม่สนใจลูกผมไม่เป็นไร แต่หลังจากนี้ผมบอกไว้ ไม่ว่าใครหน้าไหนกูก็ไม่คุย"
_1.jpg)
โรงพยาบาลแถลงยอมรับความผิดพลาด
ล่าสุด (2 เมษายน) ข่าวช่อง 3 รายงานว่า ทางโรงพยาบาลด่านช้างได้ออกจดหมายชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ความคลาดเคลื่อนในการให้ยาแก่ผู้ป่วยเด็กนั้น ทางโรงพยาบาลและคณะผู้บริหารได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตระหนักถึงสถานการณ์ด้วยความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง
โรงพยาบาลขอยอมรับด้วยความจริงใจว่า "เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความบกพร่องในกระบวนการระบุตัวตนผู้ป่วยและการสื่อสารระหว่างบุคลากร" ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางโรงพยาบาลให้ความสําคัญสูงสุดและไม่ควรเกิดขึ้นในมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย
ในการนี้ ทางโรงพยาบาลขอชี้แจงเบื้องต้น ดังนี้
ผู้ป่วยที่ได้รับยาผิดพลาดในรายนี้เป็นผู้ป่วย เด็กอายุ 1 เดือน 8 วัน เข้ารับการรักษาด้วยภาวะปอดติดเชื้อ มีไข้ หายใจหอบเหนื่อย ได้รับยาปฏิชีวนะ และจําเป็นต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนแรงดันสูง
สําหรับยาที่ให้แก่ผู้ป่วยผิดพลาดนั้นเป็นยาแก้แพ้ Chlorpheniramine ซึ่งเป็นยาที่เตรียมไว้ให้กับผู้ป่วยเด็กอายุ 9 เดือนอีกรายหนึ่ง โดยที่ยาแก้แพ้ดังกล่าวอาจมีผลข้างเคียง ทําให้ง่วงซึม ปากแห้ง คอแห้ง หรืออาจเกิดอาการท้องผูกได้
การดูแลผู้ป่วยรายนี้ ทางทีมกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้ทําการติดตามอาการและเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากการได้รับยาผิดอย่างใกล้ชิดที่สุด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้ป่วย ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
โดยทีมกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญประเมินอาการ ไม่พบว่าเกิดความเสียหายแก่ร่างกายผู้ป่วย และฤทธิ์ของยาแก้แพ้ดังกล่าวได้หมดลงตามระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยาแล้ว
ทางโรงพยาบาลขอน้อมรับความผิดพลาดและคําตําหนิจากทางครอบครัวทุกประการ และขอให้ความมั่นใจว่าจะดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี และยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพบริการทางการแพทย์และความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณประชาชนทุกท่าน ที่มอบความห่วงใย ความเข้าใจ และความไว้วางใจต่อการดําเนินงานของโรงพยาบาลที่ดีเสมอมา"
ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่อง 3

ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวในพระราชสํานักย้อนหลัง
ข่าวบันเทิงดาราไทยข่าวบันเทิงวันนี้ ข่าวบันเทิงล่าสุด
ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวบันเทิงเกาหลีวันนี้
ข่าวบันเทิงต่างประเทศข่าวดาราฮอลลีวู้ด และอื่นๆ
ข่าวเพลงใหม่ข่าวเพลงวันนี้
ข่าวหนังใหม่ข่าวหนังต่างประเทศ
ข่าวการเมืองข่าวการเมืองล่าสุด ข่าวการเมืองวันนี้
ข่าวเศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ ข่าวต่างประเทศล่าสุด
ข่าวประเทศจีนข่าวจีนวันนี้ ข่าวจีนแปลกๆ
ข่าวอาชญากรรมข่าวอาชญากรรมวันนี้ ข่าวอาชญากรรมล่าสุด
ข่าวปัญหาสังคมข่าวเตือนภัยสังคม
ข่าวยาเสพติดจับยาเสพติดวันนี้
ข่าวอุบัติเหตุคลิปอุบัติเหตุ อุบัติเหตุสยอง ข่าวอุบัติเหตุวันนี้
ข่าวสภาพอากาศ - น้ำท่วมข่าวพยากรณ์อากาศ น้ำท่วมล่าสุด
ข่าวภูมิภาคข่าวภูมิภาค 77 จังหวัด ข่าวภูมิภาควันนี้
ข่าวภาคใต้ข่าวภาคใต้ล่าสุด ข่าวด่วนภาคใต้
ข่าวกีฬาข่าวกีฬาวันนี้
ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวฟุตบอลทั้งหมด
ข่าวรถใหม่ข่าวรถยนต์ ราคารถใหม่ ข่าววงการรถ
ข่าวมือถือข่าวมือถือล่าสุด ราคามือถือ
ข่าววิทยาศาสตร์ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่ น่ารู้
ข่าวไอทีอัพเดทข่าวไอที ข่าวไอทีวันนี้
ข่าวการศึกษาข่าวการศึกษาไทย ข่าวการศึกษาวันนี้
ข่าวอาเซียนข่าวอาเซียนวันนี้ ล่าสุด
ข่าวสุขภาพข่าวสุขภาพน่ารู้ สุขภาพวันนี้
ข่าวท่องเที่ยวข่าวท่องเที่ยวล่าสุด ข่าวท่องเที่ยวไทย
ข่าวหวยเลขเด็ดงวดนี้ ข่าวหวยดัง
ข่าว x-fileข่าวแปลกๆ เรื่องแปลกทั่วโลก เรื่องลึกลับ
ข่าวฮิตสังคมออนไลน์กระแสเรื่องฮิต จาก facebook twitter
คลิปข่าวคลิปข่าววันนี้ คลิปข่าวใหม่ คลิปข่าวล่าสุด
